English version click Here


พาณิชย์ฯ เตรียมจัด Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 59 อลังการ ชู 6 โซนสินค้าเจาะตลาดใหม่ คาดเงินสะพัดกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท







       กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เดินหน้าเต็มสูบขับเคลื่อนอุตสาหกรรม อัญมณีและเครื่องประดับตามแผนนโยบายและยุทธศาตร์ ตั้งเป้าไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก หนุน Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 59 ช่วยกระตุ้นยอดส่งออกปี 60 คาดนักธุรกิจและผู้ซื้อ จากทั่วโลกบินตรงร่วมงานกว่า 23,000 ราย สร้างมูลค่าซื้อขายไม่ต่ำกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท



       นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าว ซึ่งจัดขึ้นวันนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2560) ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ว่า “อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ ถือเป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบัน ไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับอันดับ 10 ของโลก โดยในปี 2559 ระหว่างเดือนมกราคมถึงธันวาคม สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับนำรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกเป็นมูลค่ากว่า 6,970 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าปี 2560 มูลค่าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจะขยายตัวร้อยละ 5 คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 7,320 ล้านเหรียญสหรัฐ



       “รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์มีนโยบายในการผลักดันและพัฒนาศักยภาพการผลิตและการค้าสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าอัญมณี และเครื่องประดับของโลก โดยการใช้งาน Bangkok Gems and Jewelry Fair เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยกระตุ้นมูลค่าส่งออก ช่วยให้ผู้ประกอบการได้พบผู้นำเข้าจากต่างประเทศ ที่สำคัญคือการเปิดโอกาสให้ SMEs ไทยที่มีศักยภาพให้ได้ขยายตลาดไปยังต่างประเทศ รวมทั้งส่งเสริมนักออกแบบและแบรนด์สินค้า อัญมณีและเครื่องประดับไทยให้มีเวทีเผยแพร่ผลงานสู่ระดับนานาชาติ”



       นางอภิรดี กล่าวต่ออีกว่า “มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2560 เห็นชอบการลดและยกเว้น อากรศุลกากรอัญมณีและเครื่องประดับ (หมวด 71) เพิ่มเติม 32 ประเภทย่อย ทำให้ภาษีขาเข้าอัญมณีและเครื่องประดับ ของไทยทั้งหมวดกลายเป็นศูนย์ โดยมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2560 นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้เห็นชอบมาตรการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ อาทิ มาตรการ ด้านภาษีที่ผู้ประกอบการสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่าของรายจ่ายประเภทเงินเดือนและค่าจ้างของแรงงาน การจัดทำมาตรฐานสินค้า การพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านกระบวนการผลิตแก่ผู้ประกอบการ SMEs มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและประสิทธิภาพการผลิต ตลอดจนการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ในย่านการค้าอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญ



       “มาตรการยกเว้นอากรขาเข้าอัญมณีและเครื่องประดับครั้งนี้นับเป็นข่าวดีสำหรับการส่งออกสินค้า อัญมณีและเครื่องประดับไทย ถือเป็นการปลดล็อคอุปสรรคทางการค้าที่สำคัญ ทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนการผลิตลดลง ได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตซึ่งจะทำให้มีสินค้าใหม่ๆ ที่มีนวัตกรรมป้อนสู่ตลาดมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น การลดภาษีจะช่วยลดอุปสรรคและสนับสนุน ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของโลก (Jewelry Hub) ได้เร็วขึ้น ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณี และเครื่องประดับร่วมบูรณาการและผลักดัน Jewelry Hub ให้บรรลุผล”



       ด้านนางมาลี โชคล้ำเลิศ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เสริมว่า “กรมฯ ได้ปรับโฉมงานบางกอกเจมส์ให้มีความทันสมัยและเป็นสากลมากขึ้น และเป็นที่น่ายินดีว่างานในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการต่างประเทศเข้าร่วมจัดแสดงเพิ่มขึ้น 18% กว่าครั้งที่ผ่านมา การประชาสัมพันธ์และการเชิญผู้นำเข้าจากต่างประเทศถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่จะสร้างความสำเร็จให้แก่งานแสดงสินค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศในฐานะผู้จัดงานฯ จึงได้เร่งทำการประชาสัมพันธ์และเชิญชวนผู้ซื้อเป้าหมายสำหรับงานแสดงสินค้า Bangkok Gems and Jewelry Fair โดยประสานงานผ่านสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 58 แห่งใน 43 ประเทศ และรายงานความคืบหน้าให้กรมฯ ทราบความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง”

       ภายในงานแถลงข่าว ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงฯ ได้แก่ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ นายวิจักร วิเศษน้อยและนางสาวรัชดา เจียสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ และนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ที่ปรึกษาการพาณิชย์ นางวิไลวรรณ ทัพวงศ์ศรี ฯลฯ ตลอดจนประธานและผู้บริหารสมาคมผู้สนับสนุนการจัดงาน



       Bangkok Gems & Jewelry Fair ครั้งที่ 59 มีผู้ประกอบการจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้าร่วมงานฯ 730 บริษัท รวม 2,011 คูหา โดยจัดแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับครบทุกประเภท คาดว่าจะมีผู้ซื้อ ผู้นำเข้าจากทั่วโลกเข้าชมงานมากกว่า 23,000 ราย และสร้างมูลค่าซื้อขายภายในงานกว่า 17,000 ล้านบาท โดยในขณะนี้มีผู้นำเข้าจากหลายประเทศได้ตอบรับในการเข้าชมงานฯ แล้ว อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ฮ่องกง เยอรมนี สเปน แอฟริกาใต้ เกาหลีใต้ อินเดีย ญี่ปุ่น ซาอุดิอาระเบีย เป็นต้น นอกจากนี้ เพื่อนำเสนอเทรนด์และแนวโน้มตลาดโลกที่น่าสนใจและเป็นที่จับตามอง ภายในงานฯ จะมีการนำเสนอโซนแสดงสินค้าเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในต่างประเทศ หรือ Niche Market ได้แก่ ‘60+’ จัดแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำหรับผู้สูงวัย ‘The Moment’ จัดแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำหรับงานแต่งงาน ‘Metro Men’ จัดแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำหรับสุภาพบุรุษ ‘Spiritual Power’ จัดแสดงสินค้ากลุ่มเครื่องประดับแนวความเชื่อ /โชคลาง ‘Culture Club’ จัดแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับหัตถศิลป์ร่วมสมัย ‘Pet Parade’ จัดแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับสำหรับสัตว์เลี้ยง



       งานแสดงสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ (Bangkok Gems & Jewelry Fair) ครั้งที่ 59 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-26 กุมภาพันธ์ 2560 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยเปิดเป็นวันเจรจาธุรกิจ ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00-18.00 น. เปิดจำหน่ายปลีก ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00-18.00 น. และวันที่ 26 กุมภาพันธ์ เวลา 10.00-17.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ www.bkkgems.com หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169



* * * * * * * * *